เนื่องจากโลกดิจิทัลมีการเคลื่อนไหวมากขึ้น นักลงทุนจึงสนใจ Cryptocurrency หรือเงินดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ คำถามได้กลายเป็นปรากฏการณ์สำคัญในโลกของการลงทุน สกุลเงินดิจิทัลคืออะไร? เริ่มลงทุนใน Cryptocurrency  ขึ้นอยู่กับอะไร? และราคา Cryptocurrency เพิ่มขึ้นและลดลง อะไรเป็นสาเหตุ? คำถามเหล่านี้ นักลงทุนหน้าใหม่หรือผู้ที่ต้องการหาวิธีประหยัดเงิน การเข้าสู่วงจร crypto ต้องรู้ เพราะขาดความรู้ ความเข้าใจ หรือวิธีการลงทุนที่ถูกต้อง อาจทำให้นักลงทุนมือใหม่กระโดดเข้ากองไฟโดยไม่รู้ตัว

เริ่มลงทุนใน Cryptocurrency อย่างไรดี?

Cryptocurrency เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล โดยสินทรัพย์ดิจิทัล หมายถึง ทุกอย่างในโลกดิจิทัล ทั้งเนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ สกุลเงินดิจิทัล เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ซื้อขายกันในตลาดออนไลน์

Cryptocurrency ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักมากที่สุด ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลตัวแรกที่โผล่ออกมาเมื่อราวปี 2008 เป็นรูปแบบของการเงินดิจิทัลที่เปลี่ยนธุรกิจไปทั่วโลก โดยเปลี่ยนธุรกรรมผ่านธนาคารเป็นธุรกรรมบนบล็อกเชน ที่น่าเชื่อถือและปลอดภัย โดยไม่ต้องพึ่งสถาบันการเงินหรือใครสักคนมาเป็นตัวกลาง นอกจาก Bitcoin แล้ว ยังมีสกุลเงินอื่นๆ อีกกว่า 10,000 สกุล แต่ไม่มีสกุลเงินใดได้รับความสนใจเท่า Bitcoin

ปัจจุบันมีผู้สนใจลงทุน Cryptocurrency กันเยอะมาก เพราะมีนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในอดีตที่ได้รับผลตอบแทนมหาศาล ส่งผลให้นักลงทุนรายใหม่สนใจลงทุนมากขึ้น

สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนมือใหม่ควรรู้คือความไม่แน่นอนของการลงทุน เพราะเมื่อถูกถามว่า “ราคาคริปโตเคอเรนซีขึ้นลงจากอะไร?” คำตอบคือมันเกิดจากอุปสงค์หรืออุปสงค์เพราะถ้าคนใช้เครือข่ายมากขึ้น ราคายิ่งสูงก็จะยิ่งสูง ที่พูดได้เลยว่า คนที่จัดการลงทุนใน cryptocurrencies ได้ส่วนหนึ่งก็เพราะซื้อตอนที่มีนักลงทุนไม่เยอะ ราคาจึงต่ำ แต่ต่อมาบริษัทเอกชนมาลงทุน นักลงทุนรายใหม่เข้ามาลงทุน สิ่งนี้จะเพิ่มมูลค่าของ Bitcoin เมื่อขายเพื่อผลกำไรมหาศาล ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนรายใหม่จึงควรศึกษาการลงทุนของตนอย่างรอบคอบ และประเมินความเสี่ยงของตัวเองว่าทนได้แค่ไหน ไม่ควรรีบลงทุน

สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่สนใจจะเริ่มลงทุน Cryptocurrency แต่ยังไม่เข้าใจและไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ตอนนี้ควรลงทุนดีไหม? หรือต้องรอสักครู่ และเสี่ยงแค่ไหน? นายอัครเดช เตียวพาณิชย์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Coinman พร้อมเปิดเผยความลับที่หลายคนอยากรู้

1. สร้างฟาร์มขุดเหรียญหรือที่เราได้ยินบ่อยๆ ว่า
เราพูดถึงเรื่องนี้เพราะวิธีการรับเหรียญ Bitcoin นั้นไม่แตกต่างจากการขุด เนื่องจากเราจำเป็นต้องใช้พลังในการคำนวณของคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยถอดรหัสซอฟต์แวร์ให้เร็วที่สุด เพื่อรับรางวัลเป็น Bitcoin และยิ่งคุณขุดมากเท่าไหร่ รางวัลก็จะยิ่งยากขึ้นเท่านั้น ซึ่งช่วยให้นักขุดสามารถใช้พลังการประมวลผลได้มากที่สุด

โดยการขุดเหรียญ ซึ่งสามารถทำได้โดยการซื้อเครื่องขุด Bitcoin เครื่องขุด Bitcoin เรียกว่าเครื่อง Asic และสามารถซื้อได้จากบริษัทที่ทำให้พวกเขา ซึ่งมีราคาแตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัทหรือซื้ออุปกรณ์เพื่อสร้างฟาร์มขุดของคุณเอง ปัจจุบันทำเหมืองด้วยอุปกรณ์ของตัวเอง การ์ดกราฟิกของคอมพิวเตอร์มักใช้เพื่อช่วยในการขุดเหรียญ เนื่องจากการ์ดเหล่านี้มีกำลังประมวลผลสูง มีราคาถูก และใช้งานได้หลากหลาย เพราะถ้าเลิกขุดก็ขายได้ราคาดี

สำหรับผู้ที่สนใจการขุด Bitcoin สิ่งที่เราต้องเตรียมคือเงินทุน เนื่องจากการขุดเหรียญ Bitcoin เราต้องซื้อเครื่องขุดหรือการ์ดกราฟิกจำนวนมาก ยิ่งมีโอกาสได้รับเหรียญมากขึ้น การ์ดจอสมัยนี้ราคาถูกลง แต่มีความต้องการซื้อสูง ทำให้สินค้ามีไม่เพียงพอที่จะขายในตลาดและสามารถนำมาใช้ในการขึ้นราคาและเตรียมเงินทุนเพื่อชำระค่าไฟฟ้าเนื่องจากการขุดเหรียญ จะต้องใช้พลังงานสูงมาก สามารถเพิ่มค่าไฟฟ้าได้สูงถึงหลายหมื่นหรือหลายแสนบาทในค่าไฟฟ้ารายเดือนของเรา หากใครบางคนกำลังคิดที่จะลงทุนในการขุด Bitcoin พวกเขาอาจต้องคิดให้รอบคอบ เงินที่เราจะลงทุนนั้นคุ้มค่าหรือไม่

2. ซื้อจาก Bitcoin Coin Marketplace
สำหรับคนทั่วไปที่จะลงทุนในการขุด, การขุดเหรียญ. อาจไม่เพียงพอ ตลาดเหรียญคือคำตอบ ปัจจุบันที่บ้านเรามีเหรียญหลายยี่ห้อให้เลือก หรือจะข้ามไปซื้อในตลาดต่างประเทศ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งผ่านเว็บไซต์และแอพมือถือที่เปิดให้บริการ ในการเริ่มต้น คุณต้องเปิดบัญชีซื้อขาย แล้วยืนยันตัวตนของคุณกับแบรนด์สกุลเงิน

ถ้าเราซื้อ Bitcoin จากตลาดสกุลเงินท้องถิ่น เราสามารถเชื่อมโยงบัญชีธนาคารที่มีอยู่ของเรากับตลาดสกุลเงินได้ โอนเงิน ถอนเงิน ซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินบาทได้ทันที แต่ถ้าเราต้องการซื้อ Bitcoin จากตลาดสกุลเงินต่างประเทศ จะมีขั้นตอนเพิ่มเติมสองสามขั้นตอน เราจำเป็นต้องเปิดบัญชีใหม่ที่สร้างโดยตลาดเหรียญ และต้องแลกเงินบาทเป็นเงินสกุลอื่นก่อนเริ่มซื้อขาย อาจมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของตลาดสกุลเงิน หรือถ้าใครคิดว่าค่าธรรมเนียมในการซื้อขายผ่านตลาดเงินสูงเกินไป ในตลาดสกุลเงินต่างประเทศ เราสามารถแลกเปลี่ยนเหรียญกับเจ้าของเหรียญได้โดยตรง วิธีนี้เรียกว่าการซื้อแบบ P2P (Peer to Peer) ซึ่งเราสามารถซื้อและขายโดยไม่ต้องตั้งราคาตามราคาตลาดกลาง ขายได้ทุกราคาตามที่ตกลง